แทนลีซอ!ทรูบียูกระชาก”ชนานันท์”เสริมหอก

ทรู แบงค็อกฯ รองจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก บรรลุสัญญาคว้า ชนานันท์   ufa1688     ป้อมบุบผากองหน้าสุพรรณบุรี เอฟซี มาร่วมทัพเป็นที่เรียบร้อย ในช่วงเลกสอง

แข้งเทพ ตัดสินใจปล่อย ธีรเทพ วิโนทัย ไปอยู่กับ ฉลามชล ช่วงเลกสอง จึงทำให้ มาโน โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ ต้องการกองหน้ารายใหม่ เผ่านาเป็นตัวเลือก ก่อนที่ปัจจุบัน จะลงเอยกับ ชนานันท์ ป้อมบุบผา โดยเหลือเพียงประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น

สำหรับ ชนานันท์ ป้อมบุบผา ผ่านการค้าแข้งมาแล้วกับหลายสโมสรทั้ง เอสซีจี เมืองทอง , เพื่อให้นตำรวจ , โอสถสภาฯ , บีอีซี เทโรศาสน และ สุพรรณบุรี เอฟซี นอกจากนี้ ยังติดทีมชาติไทย ทั้งรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี , 23 ปี และ ชุดใหญ่

บุรีรัม ยูไนเต็ด จ่าฝูงโตโญต้า ไทยลีก เปิดตัว แรสมุส ยอนส์สัน กองหน้าวัย 29 ปี ดีกรีทีมชาติสวีเดน อดีตนักเตะของ “หมาป่าเมืองเบียร์” โวล์ฟสบวร์ก ทีมดังบุนเดสลีกา เยอรมนี มาร่วมทัพล่าตาข่ายเลกที่ 2 ฤดู 2019

ยอนส์สัน เกิดวันที่ 27 มกราคม 1990 เริ่มฝึกบอลกับยอดทีม เฮลซิงบอร์ก ไอเอฟ ทีมดังของสวีเดน ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของทีมในปี 2008 ก่อนที่จะกลายมาเป็นกำลังหลักของทีมตลอด 4 ปี ลงสนามให้ทีมไป 97 นัด ยิงไป 27 ประตู พาทีมคว้า 4 แชมป์ ประกอบด้วย 1 แชมป์สวีดิชลีก 2011, 2 แชมป์สวีดิช คัพวินเนอร์ 2010, 2011 และ 1 แชมป์สวีดิช ซูเปอร์คัพ 2011 ทำให้มีชื่อถูกเรียกติดทีมชาติสวีเดน ชุดใหญ่ ในปี 2011 ลงสนามไป 2 นัด

จากนั้นดาวยิงเจ้าของความสูง 192 เซนติเมตร ก็ถูกยอดทีมเมืองเบียร์ โวล์ฟสบวร์ก คว้าตัวไปร่วมทัพด้วยสัญญา 4 ปี ด้วยค่าตัว 3 ล้านยูโร หรือประมาณ 104 ล้านบาท มีโอกาสลงสนามให้ทีม 17 นัด ก่อนจะถูก เอฟเอสเฟา แฟรงค์เฟิร์ต ยืมตัว ลงสนาม 6 นัด ยิงไป 1 ประตู

จากนั้น อัลบอร์ก บีเค ทีมดังแดนโคนม เดนมาร์ก ได้ยืมตัวไปร่วมทัพ และในปีนั้นเอง เจ้าตัวก็ได้พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเดนมาร์ก พร้อมด้วยแชมป์เดนนิสคัพ มาครองในฤดู 2013-14 ลงสนามให้ทีม 19 นัด ยิงไป 6 ประตู ด้วยผลงานอันร้อนแรงทำให้ อัลบอร์ก ตัดสินใจซื้อตัวมาร่วมทัพอย่างถาวรในปี 2014-2016 ลงสนามให้ทีม 56 นัด ยิงไป 12 ประตู

ไปสู่ฤดู 2016-17 เมื่อหมดสัญญากับต้นสังกัดเก่า ก็เป็น โอเดนเซ่ บีเค ที่ยื่นสัญญาให้กองหน้าร่างโย่งไปร่วมทัพด้วยสัญญา 2 ปี ลงสนามไป 56 นัด ยิงไป 8 ประตู เมื่อหมดสัญญาได้ย้ายกลับบ้านเกิดไปร่วมทัพกับ เฮลซิงบอร์ก ไอเอฟ อีกที ในปี 2018 ลงสนามไป 16 นัด ยิงไป 7 ประตู ก่อนที่เลกที่ 2 ฤดู 2019 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะคว้าตัวมาร่วมทัพ เพื่อให้เสริมความคมในแดนหน้า โดยจะใส่เสื้อหมายเลข 20 ลงสนามให้กับทีม
เฮลซิงบอร์ก แถลงการันตีเรื่องการปล่อยตัวกองหน้าของทีมอย่าง รัสมุส ยอนส์สัน ให้ย้ายไปอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการแล้ว

ก่อนหน้านี้ เฮลซิงบอร์ก ไอเอฟ ทีมในลีกสูงสุดสวีเดน เปิดไฟเขียวให้ รัสมุส ยอนส์สัน กองหน้าวัย 29 ปี ย้ายไปอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงในโตโยต้า ไทยลีก เป็นที่เรียบร้อย ในช่วงเลกสอง

ปัจจุบันทีมดังแห่งลีกสวีเดน แถลงรับรองว่าบรรลุสัญญากับปราสาทสายฟ้า ในการปล่อยตัว รัสมุส ยอนส์สัน ไปร่วมทีม เป็นที่เรียบร้อย

“เฮลซิงบอร์ก ไอเอฟ ตกลงกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการปล่อยตัว รัสมุส ยอนส์สัน สโมสรจากไทย เลือกที่จะเปิดใช้งานคำสั่งซื้อนักเตะ และ เฮลซิงบอร์ก ไอเอฟ จะได้รับเงินค่าชดเชยเพิ่มเติม”

โค้ชเบ๊คัมแบ็กคุมค้างคาวไฟประเดิมเยือนฉลามเตี้ย

ค้างคาวไฟคอนเฟิร์มตั้ง โค้ชเบ๊ กลับมาคุมทัพอีกรอบ โดยเตรียมเปิดฉากบุกเยือน ชลบุรี เอฟซี  ufa1688   การเคลื่อนที่ของสุโขทัย เอฟซี ปัจจุบัน ดร.อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนกุนซือของทีม โดย ลูโบเมียร์ รีสตอฟสกี อดีตเฮดโค้ชของทีม ได้พิจารณาตัวเอง จากผลการทำงานที่ผ่านมา ก่อนยื่นความจำนงขอลาจากตำแหน่ง

ซึ่งข้างบริหารสุโขทัย เอฟซี ขอบคุณอดีตเฮดโค้ชชาวต่างชาติคนแรกของสโมสร ที่ช่วยวางรากฐานให้กับทีมด้วยดี โดยที่ผ่านมา ลูโบเมียร์ รีสตอฟสกี ถือเป็นกุนซือที่มีความเป็นมืออาชีพ แม้จะมีแรงกดดันมาจากหลายข้าง แต่เขายังทุ่มเททำงานเพื่อให้สุโขทัย เอฟซี

และแฟนบอลด้วยดีเสมอมาทั้งนี้การจากลาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นไปด้วยดี และได้พูดคุยร่วมกันกับทีมบริหารสโมสร โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1สิงหาคม ถือเป็นการลงซ้อมร่วมกับทีมเป็นครั้งสุดท้าย “การเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกคราวนี้ เป็นสิ่งที่เราพิจารณาพ้องร่วมกัน”

“แล้วคิดว่าตรงเวลาที่เหมาะสมต้องปรับเปลี่ยน เพื่อให้ปรับปรุงทีมสุโขทัย เอฟซี ให้ดีมากกว่าที่ผ่านมา ภายใต้สภาพการณ์ของทีมที่ต้องการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสิ่งที่เราโฟกัสจากนี้ไป คือการนำพาทีมไปสู่เป้าหมายที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม”

อ“ย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนตัวกุนซือรอบนี้จะทำให้อีก 9  เกมที่เหลืออยู่ก่อนปิดฤดูจะทำผลงานให้ทีมกลับมายืนหยัดบนเส้นทางไทยลีกได้ต่อไป” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี กล่าว ในขณะที่เฮดโค้ชที่จะเผ่านาทำหน้าที่นั้น

ดร.อนงค์วรรณ กล่าวยอมรับว่า คือโค้ชเบ๊ – ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก ภายหลังที่ทีมบริหารได้พูดคุยและได้ดำเนินการตามขั้นตอนของสมาคมกีฬาบอลแห่งเมืองไทยฯ แล้วเสร็จ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเกมแข่งขันไทยลีก นัดต่อไป

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม ซี่งจะเป็นเกมนอกบ้าน ไปเยือนชลบุรี สเตเดี้ยม ส่วนที่หลายข้างอาจจับตาว่าการกลับมาของโค้ชเบ๊ คือการพาสุโขทัย เอฟซี อยู่รอดบนลีกสูงสุดของประเทศนั้น เป็นสิ่งที่มองได้ แต่เป้าหมายของทีมมีมากกว่านั้น

ซึ่งขอให้รอติดตาม ทั้งนี้ขอให้แฟนบอลมั่นใจในการปรับเปลี่ยนคราวนี้ และให้ความช่วยเหลือทีมสุโขทัย เอฟซีต่อไป เพราะทีมบริหาร สต๊าฟโค้ชและนักเตะทุกคนพร้อมทุ่มเททำงานเพื่อให้ความสุขของแฟนบอลสุโขทัย เอฟซีตลอดไป

สำหรับเกมนัดต่อไปของสุโขทัย เอฟซี จะเกิดขึ้นวันเสาร์นี้(3 ส.ค.) โดยเป็นการไปเล่นนอกบ้าน เจอกับ ชลบุรี เอฟซี ที่สนามชลบุรี สเตเดี้ยม และเป็นการกลับมาคุมทีมอีกรอบ ของ โค้ชเบ๊ – ไพโรจน์ ภายหลังที่ก่อนหน้านี้เคยเผ่านาคุมทีมสุโขทัย แล้วครั้งหนี่ง

เมื่อฤดู 2017 ซึ่งผลงานขณะนี้ สามารถพาทีมสุโขทัย เอฟซี อยู่หนีการตกชั้นมาได้ และจากนั้นช่วงต้นปี 2018 ฤดูแรกได้คุมทีมต่อ ก่อนจะตัดสินใจแยกทางกันไปในที่สุด ก่อนกลับมาคุมทีมอีกทีในเลกสอง

โค้ชเบ๊ และ โค้ชจุ่น เป็นสองตัวเต็งที่มีโอกาสเผ่านาช่วย ค้างคาวไฟ หนีตกชั้น หลังทีมแยกทางกับเทรนเนอร์ชาวเซอร์เบียแล้ว

โกล เมืองไทย ได้รับแถลงการณ์ว่า ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก และ อนุรักษ์ ศรีเกิด เป็นสองกุนซือตัวเต็งที่มีโอกาสเผ่านาคุมทัพ สุโขทัย เอฟซีโดยมีภารกิจสำคัญคือการช่วยทีมรอดตกชั้นศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019

ค้างคาวไฟ เพิ่งจะปลดล็อคคว้าชัยในลีกรอบ 6 เกม แต่ก็ตัดสินใจแยกทางกับกุนซือชาวเซอร์เบียอย่าง  ลูโบเมียร์ รีสตอฟสกี เป็นที่เรียบร้อย หลังทำผลงานโดยรวมได้ไม่ตามเป้า

ก่อนที่โกล ประเทศ จะได้รับแถลงการณ์ว่า สองตัวเต็งที่จะเผ่านารับเผือกร้อนคราวนี้ ประกอบด้วย อดีตเทรนเนอร์ของทีมอย่าง ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก

และ อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่พึ่งลาออกจากอยุธยา ยูไนเต็ด ทีมในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก2) สำหรับ ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เคยคุม สุโขทัย เอฟซี รอดตกชั้นมาแล้ว เมื่อฤดู 2017

ทั้ง ยังเป็นกุนซือที่ขึ้นชื่อในเรื่องการทำทีมหนีตาย เมื่อก่อนหน้านี้ ก็พาหลายสโมสรอยู่รอดปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น สระบุรี เอฟซี , ซุปเปอร์ พาวเวอร์ และ สุพรรณบุรี เอฟซี

ขณะที่ อนุรักษ์ ศรีเกิด ก็เคยช่วยให้ สิงห์ เชียงรายฯ รอดตกชั้นมาแล้ว เมื่อฤดู 2013 นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ทำงานกับหลายทีมทั้ง บุรีรัมย์ เอฟซี, พัทลุง เอฟซี, รังสิต เอฟซี

เจ้าบ้านมีเสียว!เปิดสถิติ “ทรูบียูVSเชียงราย” 6 เกมหลังสุด

นายด่านทีมชาติเวียดนามโชว์เซฟจุดโทษและลูกยิงต่างๆช่วยเมืองทองบุกมาชนะสุโขทัย 3-2   ufa1688 
การแข่งขันบอลโตโยต้าไทยลีก 2019 นัดที่ 27 ระหว่าง สุโขทัย เอฟซี ชั้น 14 พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชั้น 5 ที่ สนามทุ่งสมุทรหลวง เวลา 18.00 น.

ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก คุมทัพกลับมาเจอ กิเลนผยอง ทีมเก่า โดยเกมปัจจุบันบุกพ่าย ชัยนาท ฮอร์นบิล 1-0 และไม่ชนะใครเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน แต่นัดนี้ได้ จอห์น บาจโจ และ กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ พ้นโทษแบนกลับมา ผนึกกำลังกับ จุง เมียง โอ และ เอียน แรมซีย์

กิเลนกาม่า กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดๆ เมื่อพึ่งเปิดบ้านชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-1 ไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน เกมนี้จัดชุดใหญ่ลงสนามนำโดย สารัช อยู่เย็น , แดร์เลย์ และ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ส่วน ธีรศิลป์ แดงดา ที่กลับออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในรอบ 10 เกม
เริ่มเกมเพียง น.5 เมืองทอง ได้โอกาสทักทายเจ้าถิ่นก่อนเมื่อ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ครอสบอลล้นมาทางเสาสองแต่ บรูโน กัลโล เติมเกมเผ่านาได้ซัดแต่ติดบล็อคแนวรับ สุโขทัย

น.6 กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ เปิดบ้านจากปากประตู กิตติพงษ์ วงมา โหม่งมาถึง จอห์น บาจโจ้ หันหลังโขกดันไปข้างหน้าถึง เอียน แรมซีย์ หลุดเข้าไปยิงส่ง สุโขทัย ออกนำ 1-0

น.12 เมืองทอง มาตีเสมอ 1-1 เมื่อ สารัช อยู่เย็น เปิดบอลผ่านมาถึง ศุภนันท์ บุรีรัตน์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดระยะ 25 หลา พุ่งหามือ กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ แต่นายด่านสุโขทัยที่จะพยายามจะรับทำส้มหล่นบอลกลิ้งเข้าประตูไป

น.20 แดร์เลย์ วิ่งตีคู่มาถึง ยานโต บาสนา แนวรับเจ้าถิ่นก่อนเบียดเอาชนะหลุดเผ่านาในกรอบก่อนยิงยัดไปทางเสาแรกแต่ กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ ยังปัดออกได้ทัน

น.30 เมืองทอง ได้ลุ้นประตูที่สองเมื่อ บรูโน กัลโล หยอดบอลเข้าไปในกรอยจุดโทษหลุดไปถึง แดร์เลย์ ได้โขกเน้นๆแต่ไปตรงตัว นายด่านสุโขทัย

น.43 เมืองทอง ขยับสกอร์พลิกแซง 2-1 เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา จ่ายบอลผ่านไปหา เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส แตะหลบยิงเบียดโคนเสาแรกเข้าไปยังทั้งยังส่งผลให้แนวรุกชาวบราซิลขึ้นรั้งรองดาวซัลโวตลอดกาลไทยลีกที่ 116 ประตู และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ช่วงหลังเริ่มเกมเพียง 2 น. สุโขทัย มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ดัง วาน ลัม ใช้ขาสกัดบอลแต่ไปเกี่ยวข้อเท้า จอห์น บาจโจ้ ล้มลงในจุดโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าให้เป็นลูกจุดโทษทันที แต่ บาจโจ้ ยังไปติดเซฟของนายด่านทีมชาติเวียดนาม

น.52 สุโขทัยที่พลาดประตูตีเสมอกับโดนเมืองทองทิ้งห่างเป็น 3-1 เมื่อ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายเป็น โอ บัน ซอค ที่โหนตัวขึ้นโขกทิ่มใต้คานเข้าไป

น.63 สุโขทัย ได้ตั้งเกมบุกและได้ประตูไล่มา 2-3 เมื่อ ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด ได้บอลกลางประตูก่อนจ่ายฉีกไปให้ จุง เมียง โอ แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนซัดหนี ดัง วาน ลัม เข้าไป

น.75 สุโขทัย ที่โหมเกมบุกกดดันเมืองทอง เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อ เอียน แรมซีย์ เปิดลูกฟรีคิกเผ่านาในกรอบ กิตติพงษ์ วงมา ได้โขกแต่ ดัง วาน ลัม ยังปัดทิ้งไว้ได้

น.81 จอห์น บาจโจ้ ได้ซัดฟรีคิดระยะหลังผลโค้งมาทางเสาแรกแต่ ดัง วาน ลัม นายด่านเมืองทองยังบินปัดไว้ได้

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติมเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกมาชนะ สุโขทัย เอฟซี 3-2 เก็บ 3 คะแนนมีเพิ่มเป็น 43 คะแนน แซง ทรู บียูฯ ขึ้นที่ 4 ของตาราง ขณะที่ สุโขทัย เอฟซี หล่นไปอยู่โซนตกชั้น

รายชื่อ 11 ตัวจริง

สุโขทัย เอฟซี : กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ(GK) – โจเอล ซามี , ศักดรินทร์ มิ่งสมร(เอกสิทธิ์ ฉาวบุคร น.46), ยานโต บาสนา , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด – เอียน แรมซีย์ , คัพฟ้า บุญมาตุ่น(ศิวรุต ผลหิรัญ น.64), จุง เมียง โอ , จอห์น บาจโจ – กิตติพงษ์ วงมา,รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : ดัง วาน ลัม(GK) – โอ บัน ซอค , ศุภนันท์ บุรีรัตน์ ,อดิศร พรมหมรักษ์, บรูโน กัลโล – ไดสุเกะ ซาโตะ, วัฒนา พลายนุ่ม , ชาริล ชัปปุยส์ ,ธีรศิลป์ แดงดา(ศนุกรานต์ ถิ่นจอม น.69)- เฮแบร์ตี แฟร์นานเดส , แดร์เลย์,สารัช อยู่เย็น (พัชรพล อินทนี น.80)

แฟนทรูบียู มีเสียว เมื่อการพบกันระหว่าง แข้งเทพ ดวล เชียงราย 6 เกมหลังสุด ปรากฎว่าทีมเจ้าบ้านแพ้เรียบ
โกล เมืองไทย พบว่า การพบกันระหว่าง ทรู แบงค็อกฯ ดวล สิงห์ เชียงรายฯ ในช่วง 6 เกมหลังสุดนั้น ทีมฝั่งเจ้าบ้าน มีผลงานที่ไม่ดีนัก เมื่อเป็นข้างพ่ายแพ้ทุกนัด

แข้งเทพ และ กว่างโซ้งมหาภัย เคยพบกัน 14 นัดรวมทุกรายการ ปรากฎว่ากินกันไม่ลง เมื่อผลัดกันชนะทีมละ 6 นัด และ เสมอ 2 นัด อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะ 6 เกมหลังสุดที่เผชิญหน้ากัน

ถือว่าฝั่งของสาวก ทรู แบงค็อกฯ มีเสียวกว่าบางส่วน เพราะทีมที่ได้เล่นในบ้าน จบลงด้วยการ ‘ปราชัย’ ทุกนัด ซึ่งคราวนี้ พวกเขา จะเป็นข้างเปิด ‘มธ.รังสิต’ ดวลกับ สิงห์ เชียงรายฯ

ดังนี้ในกรณีที่ ทรู แบงค็อกฯ เปิดบ้านแพ้ สิงห์ เชียงรายฯ จะทำให้พวกเขาหมดลุ้นแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2019 ทันที และสะเทือนไปถึงอนาคตของ มาโน โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ ที่ต้องลาออก

เพื่อให้รับผิดชอบ จากการมือเปล่าในปีนี้ ตามที่ประกาศไว้ สำหรับ ทรู แบงค็อกฯ ชั้น 4 ของตาราง จะเปิดบ้านพบกับ สิงห์ เชียงรายฯ จ่าฝูง ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2019 นัดที่ 27 วันที่ 21 กันยายนนี้ เวลา 20.00 น.

พีระพงษ์เซฟโหด! PTTไร้4แข้งหลักบุกยันตราด 0-0

แม้จะขาดแข้งหลักถึง 4 คน แต่พลังเพลิงก็ได้พีระพงษ์ ufa1688  มาช่วยเซฟจนสามารถเก็บคะแนนจากตราดไปด้วยสกอร์ 0-0

ศึกฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีกวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม คู่ 18.00 น. ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดตราด ตราด เอฟซี เปิดบ้านเปิดบ้านต้อนรับ พีทีที ระยอง

ช้างขาวจ้าวเกาะ ปลดล็อคคว้าชัยรอบ 3 เกมได้สำเร็จ หลังบุกชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 3-1 แต่หมดสิทธิ์ใช้งานกองหน้าตัวเก่งอย่าง ลอนซานา ดุมบูยา ที่ติดโทษแบน นอกนั้นอยู่กันครบนำโดย การ์ฟา ดูโรซินมี , ดิยุฟ บีรัม และ ยูกิ บัมบะ

พลังเพลิง ล่าสุดบุกเจ๊า เอสซีจี เมืองทองฯ 2-2 ไม่ชนะใครเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และยังเจอปัญหาจัดทัพพอสมควร เมื่อหมดสิทธิ์ใช้งาน 4 แข้งหลักอย่าง วิคเตอร์ คาร์โดโซ , กรวิทย์ นามวิเศษ , จุง ฮุน และ วิคเตอร์ อิกโบเนโฟ ที่ติดโทษแบน แต่ได้ พีระพงษ์ เรืองนินทร์ เสร็จภารกิจส่วนตัว กลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง ส่วนผู้เล่นคนอื่นที่ลงเป็นตังจริงนำโดย ศรายุธ สมพิมพ์ , สหรัฐ กันยะโรจน์ และ เดนนิส มูริลโล  เริ่มเกมไปสามนาทีทีมเยือนมีโอกาสทักทายก่อน อาเรียล โรดริเกวซ ไหลบอลให้เดนนิส มูริลโล ได้ยิง ทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อนหน้านี้

 2 นาทีต่อมาตราดได้ลุ้นเช่นกันจากจังหวะแนวรับพลังเพลิงเสียหลักลื่น บอลมาดึงดิยุฟ บีรัม แต่ตัวเขาไม่ทันตั้งหลัก บอลออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

นาที 21 เจ้าถิ่นได้ลูกเตะมุมเปิดโค้งเข้ามา นุกูลกิจ ได้เทคตัวโหม่งจ่อๆหน้าประตู แต่พีระพงษ์ โชว์ซูเปอร์เซฟได้หวุดหวิด

พีทีที ระยองเกือบได้ประตูขึ้นนำนาที 38 จากลูกฟรีคิกของสหรัฐ เปิดข้ามกำแพงมาศุภวัฒน์เซฟ แต่ดันทำบอลหล่น เดนนิสอาศัยจังหวะพลาดเตรียมซ้ำดาบ 2  ทว่า ยูกิ บัมบะ เข้ามาเคลียร์ทิ้งได้แบบเฉียดฉิว สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 0-0

กลับมาในเกมครึ่งเวลาหลังนาที 54 ดิยุฟ บิรัม พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนเปิดไปเสา 2 ให้กับดูโรซินมี แต่สุทธินันท์ พุกหอม ตามมาสไลด์บอลออกหลังไป

นาที 60 บิรัมเปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา ให้ดูโรซินมี ได้เทคตัวโหม่ง แต่ไม่ตรงกรอบเฉียดเสาแรกออกหลังประตูแบบน่าลุ้น

ตราดโหมบุกอย่างหนักเกือบได้ประตูอีกครั้งนาที 71 จังหวะโขกจ่อๆของดิยุฟ บิรัม แต่ดันไปโดนท้ายทอย สุทธินันท์ ที่ยืนตรงเส้นประตูช่วยพลังเพลิงเซฟได้แบบเหลือเชื่อ

ท้ายเกมดูโรซินมีได้ยิงแบบโล่งๆ แต่เจอพีระพงษ์ที่ไวกว่าปัดทิ้งไปด้วยมือเดียว หมดเวลา ตราด เอฟซี เปิดบ้านเสมอกับ พีทีที ระยองไป 0-0

รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม

ตราด เอฟซี : ศุภวัฒน์ สีโนทัย (GK), สุพจน์ วงษ์หอย, นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, ไบฮัคกี้ ไคซาน, สถาพร แดงสี, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์, รัชนนท์ นคราวงศ์(เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ น.81), ยูกิ บัมบะ, พิชิตย์ ใจบุญ (ณภัทร ธำรงศุภกร น.60), กาฟาร์ ดูโรซินมี, ดิยุฟ บีรัม

พีทีที ระยอง : พีระพงษ์ เรือนนินทร์ (GK), ชินวัฒน์ วงศ์ไทย, สุทธินันท์ พุกหอม, ศรายุธ สมพิมพ์, ศราวุฒิ มาสุข, ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (อภิภู สุนทรพนาเวศ น.85), พรปรีชา จารุนัย, อับดุลฮาฟิส บือราเฮง, สหรัฐ กันยะโรจน์ (อภิวัฒน์ เพ็งประโคน น.73),  เดนนิส มูริลโล, อาเรียล โรดริเกวซ(ถิรายุ บรรหาร น.90+1)

มารินอส เกมล่าสุดเปิดบ้านพ่าย เซเรโซ โอซากา 1-2 และเป็นการแพ้รวดในเกมลีกเป็นนัดที่สาม เกมนี้ยังแกนหลักชุดเดิมนำโดย ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ็ายชาวไทย , มาร์กอส จูเนียร์ และ อีริค ลิมา ศูนย์หน้าชาวบราซิลที่รอปลดล็อคสกอร์แรก

ครึ่งเวลาแรกผ่านมาเพียง น.3 มารินอส มาได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกจุดโทษของ มาร์กอส จูเนียร์ ก่อนมาได้ประตูทิ้งห่าง 2-0 จากลูกจักรยานอากาศของ อีริค ลิมา ใน น.39

ขณะที่ครึ่งเวลาหลังยังคงเป็น น.60 มารินอส ที่มาได้ประตูที่จากลูกจุดโทษของ มาร์กอส จูเนียร์ โดยจังหวะดังกล่าว นาโงยา ต้องเหลือผู้เล่น 10 เมื่อ คาซูยะ มิยาฮาระ ไปดึง เทรุฮิโตะ นากางาวะ ล้มลงในเขตโทษผู้ตัดสินชักเป็นใบแดงทันที

แม้จะเหลือ 10 คน นาโงยา ก็มาได้ประตูตีไข่แตก 1-3 จาก โช น.70 แต่ก็ยังต้านทานไม่อยู่โดน มารินอส ยิงอีก 2 ประตูจาก เคอิตะ เอนโด น.79 และ น.84 

เวลาที่เหลือไม่ทีสกอร์เพิ่มเติมเป็น โยโกฮามา เอฟ มารินอส บุกมาชนะ นาโงยา แกรมปัส 5-1 หยุด Stats แพ้รวดในเกมลีกไว้ที่ 3 ขณะ Program นัดต่อไปจะเปิด นิสสัน สเตเดียม เปิด กัมบะ โอซากา ในวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 17.00 น.
รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(GK) – พรรษา เหมวิบูลย์ , อันเดรส ตูเญซ , ชิติพัทธ์ แทนกลาง(น.66 แรสมุส ยอนส์สัน) – นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม , ศศลักษณ์ ไหประโคน , ฮาจิเมะ โฮโซไก , รัตนากร ใหม่คามิ(น.74 จักรพันธ์ แก้วพรม) , สุภโชค สารชาติ – นาสเซอร์ บาราซิต , ศุภชัย ใจเด็ด

สุโขทัย เอฟซี : กิตติคุณ แจ่มสุวรรณ(GK) – โจเอล ซามี , ศักดรินทร์ มิ่งสมร(น.74 เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร) , รูโดลอฟ บาสนา , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด – เอียน แรมซีย์ , คัพฟ้า บุญมาตุ่น(น.80 กิตติไกร จันทะรักษา) , จุง เมียง โอ , ณัฐวุธ เจริญบุตร , จอห์น บาจโจ – กิตติพงษ์ วงมา(น.68 ก็งนทีชัย บุญมา)

ประวัติ มามาดู ซาโก้

แกรี่ เนวิลล์ อดีตตำนานแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษของ ufa1688  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงทรรศนะผ่านทวิตเตอร์ ถึงฟอร์มการเล่นของ มามาดู ซาโก้ เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวฝรั่งเศสของ หงส์แดง ที่คุมเกมรับได้ย่ำแย่ และไม่ประทับใจเลย ในเกมที่ หงส์แดง บุกไปแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 ที่สนาม อัพตัน พาร์ค

     เกมนี้ หงส์แดง เสียประตูให้กับบรรดานักเตะเจ้าถิ่นอย่าง วินสตัน รีด, ดิยาฟรา ซาโก้ และ มองก็อง อมาลฟิตาโน่ ส่วน ทีมเยือนได้จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

     เนวิลล์ มองว่า ซาโก้ ที่ลงมาแทน ฆาเบียร์ มานกิโญ่ ในนาทีที่ 20 เล่นได้เลวร้าย จนพาทีมเสียถึง 3 ประตู และได้โพสข้อความลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "ซาโก้ นายเคยโหม่งสกัดโดนบอลบ้างเปล่าเนี่ย??"

 

 

ชื่อเต็ม : มามาดู ซาโก้

วันเกิด : 13 กุมภาพันธ์ 1990 (อายุ 24)

สถานที่เกิด : ปารีส, ฝรั่งเศส

สัญชาติ : ฝรั่งเศส

ส่วนสูง : 187 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : เซนเตอร์ฮาล์ฟ

สโมสรปัจจุบัน : หงส์แดง

 
 
 
ประวัติการค้าแข้ง
ปารีส แซง แชร์กแมง 2007-2013

     มามาดู ซาโก้ เกิดที่ปารีส เป็นลูกคนที่ 4 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 7 คน และเป็นนักเตะที่มีเชื้อสายเซเนกัล เริ่มเล่นบอลระดับเยาวชนกับสโมสรบ้านเกิดอย่าง ปารีส เอฟซี ตั้งแต่ปี 1996 ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในปี 2002 ในตอนแรกเขาเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่โค้ชเยาวชนมองว่า เขาเหมาะสมมากกว่าในตำแหน่งกองหลัง ทำให้เขาเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหลังตลอดมา

     ซาโก้ เกือบถูกไล่ออกจาก อะคาเดมี่ ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพราะการประพฤติตัวแย่ๆ ของเขา ตอนอายุุ 14 ปี พ่อของเขาตายอย่างกระทันหัน ทำให้เขาหันหลังให้กับบอลไปช่วงหนึ่ง แต่เขาก็กลับมาเล่นบอลอีกที โดยคราวนี้ เขากลับมาด้วยความมุ่งมั่นและเลิกพฤติกรรมแย่ๆ ของตนเอง หันมาทุ่มเทให้กับบอลเพียงอย่างเดียว หลังจากถูกบ่มเพาะอยู่ในSystemเยาวชนของทีมและโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม ในปี 2007 ปอล เลอ กูเอน ผู้จัดการทีมในเวลานั้น เรียกตัวเขาขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ เขาได้ลงเล่นนัดแรกในเกมยูฟ่า คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่พบกับ เออีเค เอเธนส์ ซึ่ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เอาชนะไป 2-0

 

     วันที่ 14 มิถุนายน 2007 ซาโก้ เซ็นสัญญาอาชีพเป็นนัดแรกกับทีม เป็นระยะเวลา 3 ปี เขาได้เลื่อนไปอยู่ทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการในฤดู 2007-08 ด้วยอายุเพียง 17 ปี ใส่เสื้อหมายเลข 3 เขาลงเล่นให้กับสโมสรนัดแรกในลีก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2007 นัดที่เสมอ วาล็องเซียนส์ ไป 0-0 ซึ่ง เลอ กูเอน แต่งตั้งให้เขาเป็นกัปตันทีม ด้วยวัยเพียง 17 ปี 8 เดือน เพียงแค่นั้นท่ามกลางความสงสัยของทุกคน เพราะในทีมก็ยังมีนักเตะที่มีอาวุโสอีกคนไม่ใช่น้อย ทำให้เขาแปลงเป็นกัปตันที่มีอายุน้อยที่สุด ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุด ที่ได้รับหน้าที่กัปตันของลีก เอิง อีกด้วย ซาโก้ ประสบความสำเร็จได้แชมป์แรกในชีวิต ในรายการ เฟรนช์ ลีก คัพ ในปี 2008 โดยนัดชิงชนะเลิศ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เอาชนะ ล็องส์ ไปได้ 2-1

 

     ฤดูต่อมา ซาโก้ ทำประตูแรกในชีวิตการค้าแข้งของตนเองได้ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2009 หลังจากวันเกิดครบรอบอายุ 19 ปีแค่วันเดียว โดยยิงประตูในเกมลีก นัดที่พบกับ แซงต์ เอเตียน ต่อมา ในปี 2011 ซาโก้ ได้รับรางวัล "ผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี" และมีชื่ออยู่ใน "ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี" ในฤดูนั้นด้วย การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นกับตัวเขาอีกรอบ ในปี 2012 เมื่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยน ซาโก้ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีม แต่ด้วยฟอร์มที่แย่ลงทำให้เขาโดนปลดไปเป็นผู้เล่นสำรอง แต่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เขาก็ได้โอกาสกลับมาเป็นตัวจริงอีกรอบ เมื่อ มิลาน บิเซวัค ปราการหลังทีมชาติเซอร์เบีย ได้รับบาดเจ็บ เขาจึงยึดตำแหน่งตัวจริงกลับมาได้อีกที

หงส์แดง

     วันที่ 2 กันยายน 2013 หงส์แดง ได้ประกาสเซ็นสัญญา ซาโก้ ที่ราคา 15 ล้านปอนด์ เขาเปิดฉากเกมแรกให้หงส์แดง ตอนวันที่ 16 กันบายน 2013 ในเกมบุกเสมอ สวอนซี 2-2 ต่อมาเขาทำลูกแรกในนามต้นสังกัดใหม่ได้ ในเกมถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-1 ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2013 และด้วยอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เขาลงสนามให้ทีมเพียง 19 นัดเท่านั้นในฤดูนี้

     ช่วงวันที่ 27 กันยายน 2014 ซาโก้ ไม่มีชื่ออยู่ในทีมที่ลงเตะเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้กับ เอฟเวอร์ตัน เพราะเจ้าตัวน้อยใจ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ไม่ให้เขาลงเล่นบ้างเลยและเดินออกจากสนามไปหน้าตาเฉย โดยภายหลังได้ออกมากล่าวขอโทษเกี่ยวกับความประพฤตินั้น และกลับมาลงซ้อมร่วมกับทีมตามเดิม ซึ่งต่อมาเขาก็ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นจากSystemการเล่น 3-5-2 ทำให้เขามั่นใจมากขึ้นและโชว์ฟอร์มได้ดีตามลำดับ แถมยังเป็นฮีโร่ในการทำประตูตีเสมอ อาร์เซน่อล 2-2 ในวันที่ 33 ธันวาคม 2014 อีกด้วย

     เริ่มฤดู 2015-2016 เขาต้องเป็นสำรองให้กับ เดยัน ลอฟเรน ที่หายเจ็บและกลับมาลงสนามได้ โดยกว่าที่เขาจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกรอบต้องกินเวลาไปถึงวันที่ 17 กันยายน 2015 เลยทีเดียว (1 เดือนหลังจากเปิดซีซั่น) นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล "แมน อ็อฟ เดอะ แมตช์" ในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ที่บุกไปเสมอ บอร์กโดซ์ 1-1 และยังได้รับความไว้ว่างใจให้เป็นกัปตันทีมอีกด้วย

     ภายหลังจากการเผ่านาทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ทำให้เขากลับมายึดตำแหน่งตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนเป็นขวัญใจของกุนซือใหม่ได้ทันที อย่างไรก็ดี ในวันที่ 8 พฤศจิกายน เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและต้องพักยาวกว่า 2 เดือน จนกระทั่งกลับมาลงสนามได้ตามเดิมในช่วงปลายเดือนธันวาคม

ฤดู 2014-2015

     ซาโก้ เริ่มซีซั่นนี้ ด้วยการอยู่ที่ม้านั่งสำรองใน 2 นัดแรก ก่อนได้โอกาสในเกมเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส

ทีมชาติฝรั่งเศส

     วันที่ 5 สิงหาคม 2010 ซาโก้ถูกเรียกติดทีมขาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ ให้ผู้จัดการทีม โลร็องต์ บล็องก์ ในนัดอุ่นเครื่อง กับ นอร์เวย์ ตอนวันที่ 11 สิงหาคม 2010 จากนั้นเขาได้โอกาสลงเป็นตัวจริงนัดแรก ในเกมชนะ อังกฤษ 2-1 ที่เวมบลีย์
     13 พฤษภาคม 2014 ซาโก้ ถูกเรียกติดทีมชุดลุยบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดยได้ลงสนามจับคู่กับ ราฟาแอล วาราน และเขาได้ลงทุกนัดของทัวร์นาเม้นท์นี้ ซาโกเริ่มฤดูด้วยการเป็นผู้เล่นสำรอง ในวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2015 ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดู 2015–16 รอบแบ่งกลุ่ม ซาโกลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับหงส์แดง ในนัดที่ หงส์แดง เสมอกับ บอร์กโดซ์ 1-1 วันต่อมา ซาโกต่อสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับสโมสรหงส์แดง[3] ต่อมา ซาโกได้ลงสนามเป็นตัวจริงและทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ เยือร์เกิน คลอพพ์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ซาโกต้องเจอกับความโชคร้ายจากการได้รับบาดเจ็บที่รอบๆหัวเข่าในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ คริสตัลพาเลซ 1-2 ทำให้ ซาโกต้องพักยาว 2 เดือน

ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง ซาโก ทำประตูแรกในยูฟ่ายูโรปาลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 4-3 ช่วยให้ หงส์แดง ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ[4] ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2016 ซาโก ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0

ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2016 ซาโกถูกสหพันธ์บอลยุโรป (ยูฟ่า) ห้ามลงสนามเหตุเพราะตรวจพบสารต้องห้ามในตัวอย่างปัสสาวะหลังเกมยูฟา ยูโรปาลีก เลกสองที่พบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมืองกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาจะถูกห้ามลงสนามในทุกรายการพื้นฐานชั่วคราวก่อนเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 30 วัน จนกว่าผลการตัดสินในขั้นสุดท้ายจะออกมาอย่างเป็นทางการ ต่อมา ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 ยูฟ่ามีคำตัดสินไม่เพิ่มโทษแบน 30 วัน ของซาโก จากกรณีที่ตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน ทำให้นักเตะจะสามารถกลับมาลงสนามได้อีกที

ประวัติ อังเคล ดิ มาเรีย ฝีเท้าดี นิสัยแย่

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า อังเคล ดิ มาเรีย ตัดสินใจย้ายออกจากทีมเร็วเกินไป ทั้งที่ควรอยู่พิสูจน์ตัวเองให้มากกว่านี้ก่อน และจะเสียใจภายหลังแน่ที่เลือกฟุตบาทอย่างงี้  ufa1688 

     ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา ไม่ยอมมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับปีศาจแดงเลยตลอดช่วงปรีซีซั่น โดยปัจจุบันมีภาพของเขาที่เดินทางไปตรวจร่างกายที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อให้เตรียมโยกไปอยู่กับปารีส แซงต์ แชร์กแมง

     "ตอนนี้ในประวัติการค้าแข้งของเขาก็ถูกบันทึกไว้แล้วว่าเป็นนักเตะที่ล้มเหลวกับการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด และเขาอาจจะเสียใจภายหลังได้ที่ตัดสินใจแบบงี้" อดีตเซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 36 กะรัต กล่าวกับ BT Sport

     "ในฐานะนักเตะอาชีพคนหนึ่ง ผมไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบงี้เกิดขึ้นกับตัวผมแน่ๆ เพราะผมจะรีบเผ่านาฝึกซ้อมกับทีมให้เร็วที่สุด และพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้คว้าโอกาสลงสนามให้ได้ และหากพูดในฐานะแฟนยูไนเต็ดคนหนึ่งผมเชื่อว่าเขาจะกลับมาเป็นนักเตะที่ดีในสีเสื้อยูไนเต็ดได้แน่ แต่สุดท้ายเรื่องนี้ก็ไม่เกิดขึ้น"   อังเคล ดิ มาเรีย เริ่มไปสู่แวดวงลูกหนังนัดแรกปี 1991-1992 กับสโมสรเยาวชน โทริโต้ หลังจากนั้นได้ย้ายเผ่านาอยู่ร่วมทีม โรซาริโอเซ็นทรัล ในปี 1992-2005 ตรงเวลา 13 ปี  และพัฒนาก้าวขึ้นมาเล่นในสโมสรระดับอาชีพกับ โรซาริโอเซ็นทรัล เมื่อปี 2005-2007  โดยลงเล่นกับทีมตรงเวลา 2 ปี  หลังจากนั้นได้ย้ายมาค้าแข้งในลีกโปรตุเกส ร่วมกับทีม เบนฟิก้า ในปี 2007-2010 ปี 2010-2014 ได้ย้ายผ่านลีกอีกที ซึ่งร่วมเล่นใน ลาลีกา สเปน ร่วมกับเรียลมาดริด ระยะเวลา 3 ปี ได้ลงเล่นกว่า 124 ครั้ง ซึ่งในปี 2014-2015 เขาได้ย้ายลีกในการเล่นอีกที โดยร่วมเล่นในพรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2015 ได้ร่วมเล่นในลีก เอิง ฝรั่งเศส กับสโมสร ปารีสแซงต์แชร์กแมง จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้ร่วมเล่นกว่า 85 ครั้งไปแล้ว     Angel Di Maria เริ่มไปสู่การเล่นในระดับทีมชาติอาร์เจนตินานัดแรกในปี 2007 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี , ปี 2008 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี และปี 2008 ได้ก้าวเผ่านาร่วมเล่นในระดับทีมชาติอาร์เจนตินาชุดใหญ่เป็นนัดแรกและลงเล่นมากกว่า 97 ครั้ง นับได้ว่าเป็นนักเตะกองกลางทีมชาติคนหนึ่งที่ถูกเรียกใช้งานบ่อยครั้ง

ชื่อเต็ม : อังเคล ฟาเบียง ดิ มาเรีย เอร์นานเดซ
วันเกิด : โรซาริโอ , ประเทศอาร์เจนตินา
สัญชาติ : อาร์เจนตินา
ส่วนสูง : 180 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ปีก/มิดฟิลด์ตัวรุก
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
 
ประวัติการค้าแข้ง
โรซาริโอ เซนทรัล
     ดิ มาเรีย เริ่มอาชีพค้าแข้งนัดแรก ตอนวันที่ 14 ธันวาคม 2005 ในเกมลีกที่เสมอ 2-2 กับ อินดีเพนเดียนเต้ โดยลงมาแทน เอมิเลียโน่ เว็คคิโอ เขามายิงลูกแรกช่วงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2006 ในเกมเปิดบ้านชนะ กิเมส 4-2 
 
เบนฟิก้า
     ดิ มาเรีย ได้เลือกย้ายไปร่วมทีม เบนฟิก้า ในลีก โปรตุเกส เมื่อเดือนกรกฎาคม 2007 โดยเล่นในตำแหน่งปีก ซึ่งเข้าแทนที่ ซิเมา ปีกกัปตันทีมที่ย้ายไปร่วมทีม แอตเลติโก มาดริดในช่วงซัมเมอร์ พร้อมรับคำชมจาก ดีเอโก้ มาราโดน่า ว่าจะเป็นซูเปอร์สตาร์อาร์เจนติน่าคนต่อไป
     วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010 ดิมาเรีย ทำแฮตทริคได้ในเกมชนะ ไลซอส 4-0 จนได้ฉายาว่า แมจิก ไตร มาเรีย
 
เรอัล มาดริด
ฤดู2010-11
     วันที่ 28 มิถุนายน 2010 เรอัล มาดริด ได้ประกาศทางเว็บว่า ได้เซ็นสัญญา 5 ปี มูลค่า 25 ล้านปอนด์ คว้าตัว ดิ มาเรีย  เขาได้เริ่มเกมแรกในทีมชุดขาววันที่ 4 สิงหาคม 2010 ในเกมอุ่นเครื่องกับ คลับ อเมริกา ซึ่งชนะไป 3-2 
     เขาเปิดฉากเกมลีกนัดแรกวันที่ 29 สิงหาคม ในนัดเสมอ เรอัล มายอร์ก้า 0-0 จากนั้นทำประตูแรกให้ทีม ในชัยชนะเหนือ เรอัล โซเซียดัด 2-1 ต่อเนื่องด้วยประตูแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีกในเกมเชือด โอแซร์ 1-0  
ฤดู 2011-12 
     เป็นซีซั่นที่ปรับตัวได้ยากลำบาก เขามีส่วนทำผิดพลาดในเกมแพ้ เลบานเต้ 1-0 หลังจากไปทำฟาลว์ใส่ ฆวนฟราน  จนเกิดการสมุทราะกัน ส่งผลให้ทีมของเขาเหลือ 10 คน แม้กระนั้นก้ยังทำแอสซิสต์ให้เพื่อให้นร่วมทีมทำสกอร์อยู่เป็นระยะๆ 
 
ฤดู 2012-13
     เขามาทำประตูแรกในซีซั่นนี้ในนัดเจอ บาร์เซโลน่า ในถ้วยซูเปอร์โคปา เลกแรก จากความผิดพลาดของ บิคตอร์ บัลเดส
     ซีซั่นนี้ผลงานของเขาไม่ค่อยมี ที่พอจดจำได้คือการครอสบอลให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงประตู แมน ยูไนเต็ด ช่วงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จบซีซั่นนี้เขาทำไป 8 ประตู จาก 46 นัด
ฤดู 2013-14
     วันที่ 2 ตุลาคม 2013 เขาเหมาสองลูก ในเกมถล่ม เอฟซี โคเปนเฮเก้น 4-0 ในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมรับบทเป็นกองกลางตัวทำเกม ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ      ฤดูนี้เขาทำแอสซิสต์สูงสุดของลีก พร้อมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งมีชื่ออยู่ทีมยอดเยี่ยม ยูฟ่า และรับรางวัลจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ฤดู 2014-15
     ดิ มาเรีย ถูกจับเป็นสำรองในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ นัดเจอเซบีย่า วันที่ 12 สิงหาคม 
 
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
     วันที่ 26 สิงหาคม 2014 ดิ มาเรีย เซ็นสัญญา 5 ปี กับ แมน ยูไนเต็ด ด้วยราคาค่าตัว 59.7 ล้านปอนด์ เปนสถิติผู้เล่นแพงที่สุดของพรีเมียร์ ลีก
  
ทีมชาติ
บอลโลก 2010
      วันที่ 19 พฤษภาคม 2010 เขาถูกเลือกจากดีเอโก้ มาราโดน่า ผู้จัดการทีมชาติอาร์เจนตินา ให้ติด 23 ผู้เล่นชุดลุยบอลโลกที่แอฟริกาใต้ 
โดยในทัวร์นาเม้นท์นี้ เขาทำประตูได้ในเกมกระชับมิตรกับ ไอร์แลนด์ พาทีมชนะ 1-0 
 
บอลโลก 2014
     ดิมาเรีย ได้ลงเล่นใรบอลโลก รอบคัดเลือก 2014 ไป 12 นัด และติด 23 คนสุดท้ายชุดลุยบอลโลก ที่บราซิล เขาทำประตูได้ในเกมพบ สวิตเซอร์แลนด์  ในนาที 118 จากนั้นเกมพบ เบลเยี่ยม เขามาบาดเจ็บต้นขา จนต้องถอนตัวจากรายการนี้ 
     วันที่ 11 กรกฎาคม ดิ มาเรีย มีชื่อติดใน 10 คนสุดท้ายรางวัล บอลทอง ในรายการนี้ด้วย

ประวัติ เมมฟิส เดอปาย

ดาลี่ย์ บลินด์ เชื่อว่าความมุ่งมั่นและบุคลิกของ เมมฟิส เดอปาย ที่แสดงออกมาในสนามแสดงให้มองว่าเขาเป็นนักเตะที่เหมาะสมสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     บลินด์ ได้เจอ เดอปาย ตอนที่มิดฟิลด์ร่างตันติดทีมชาติฮอลแลนด์นัดแรกที่ต้องย้อนไปถึงปี 2013 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจำเป็นที่กำลังท็อปฟอร์มให้สัมภาษณ์พิเศษเอ๋ยถึงบุคลิกและทักษะของนักเตะใหม่รายนี้ในมุมที่ไม่เหมือนใคร  ufa1688 

     "เขาปรับตัวได้ดีมากๆ คุณสามารถเห็นได้ว่าเขามีพรสวรรค์สูง เขาแข็งแรงและไวและมีบุคลิกที่มุ่งมั่น เขากล้าที่จะแสดงให้เห็นในสนามซึ่งผลก็ออกมาดี แถมนิสัยยังดีอีกต่างหากกับทุกคนได้เป็นอย่างดี"

     "เขาแค่ต้องการสนุกในสนามให้มากที่สุดเท่าที่เป็นได้ แน่ๆคุณต้องมุ่งสมาธิไปที่การโชว์ผลงานให้ดีที่สุดในสนาม ที่คุณสามารถทำได้ทุกๆวันในการซ้อมและเกมการแข่งขัน แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องไม่กดดันตัวเองมากเกินไปและทำให้แน่ใจว่าคุณจะสนุกกับช่วงเวลานั้น เหมือนตอนที่คุณเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด"

     "ผมไม่แน่ใจว่าเขาต้องการคำแนะนำอะไรหรือเปล่าเพราะว่าเขาเป็นคนที่มีบุคลิกที่หนักแน่นอยู่แล้ว เดอปายรู้ว่าเขาทำอะไรได้บ้างและมีศรัทธาอย่างมากในตัวเอง นั่นเป็นวิถีทางการใช้ชีวิตที่ดีที่จะอยู่กับสโมสรอย่างแมนฯยูฯ"

ชื่อ : เมมฟิส เดอปาย

เชื้อชาติ : เนคุณร์แลนด์

วันเกิด : 13 กุมภาพันธ์ 1994

อายุ : 21 ปี

ส่วนสูง : 176 เซนติเมตร

น้ำหนัก : 78 กก.

สถานที่เกิด : มอร์เดรช , เนคุณร์แลนด์

ตำแหน่ง : ปีก

สโมสร : พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น

     นักเตะที่กำลังสร้างความฮือฮาในตลาดซื้อขายได้มากที่สุดตอนนี้ คงต้องบอกเลยว่าหนีไม่พ้นปีกตัวเก่งว่าที่นักเตะใหม่ของทัพ ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง เมมฟิส เดอปาย หลังมีข่าวออกมาแล้วว่าทางสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ได้ตกลงปลงใจปล่อย เดอปาย ให้ย้ายไปร่วมถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าปาดหน้ายักษ์ใหญ่หลายต่อหลายทีมอยู่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอดทีมแดน ''น้ำหอม'' หรือแม้กระทั่งคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ''หงส์แดง'' หงส์แดง โดยตอนนี้เหลือแค่รอการตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ประวัติ

     เมมฟิส เดอปาย ถือเป็นลูกครึ่ง กาน่า โดยพ่อของเขาเป็นคน กาน่า ส่วนแม่นั้นเป็นชาว ดัตช์ ซึ่ง เดอปาย เกิดที่เมือง มอร์เดรช ประเทศ เนคุณร์แลนด์ เริ่มเล่นบอลกับทีมเยาวชนของ มอร์เดรช ในปี 2000-2003 ก่อนที่เขาจะได้ไปเข้าอคาเดมี่ของ สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม เมื่อปี 2003 ด้วยวัย 9 ขวบ ซึ่งเขาใช้เวลาประมาณ 3 ฤดูกับทีมเยาวชน สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ก่อนที่จะถูกยักษ์ใหญ่ในลีก ฮอล์แลนด์ อย่าง พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น นำหนูน้อยอนาคตไกลรายนี้ไปสานต่อในชุดเยาวชนเมื่อปี 2006

 

สโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น (2011-ปัจจุบัน)

     ในปี 2011 เดอปาย ได้เข้าทดสอบฝีเท้ากับทีมชุดใหญ่ของ พีเอสวี ขณะที่เขาลงเล่นให้กับ ยอง พีเอสวี อยู่ในตอนนั้น ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจและถูกดันขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ของถิ่น ฟิลิปส์ สตาดิโอน ในที่สุด
     เกมแรกอย่างเป็นทางการของ เมมฟิส เดอปาย กับ พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น เกิดขึ้นเมื่อ 21 กันยายน 2011 โดยลงเล่นในศึก KNVB CUP ซึ่งนัดนั้น เดอปาย โชว์เหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมเอาชนะมาได้ จนกระทั่ง 26 กุมภาพันธ์ 2012 เกมในลีกสูงสุดเกมแรกของ เดอปาย ก็เกิดขึ้น แถมเป็นการพบกับทีมใหญ่อย่าง เฟเยนูร์ด เสียด้วย และเกมนั้นก็เป็น พีเอสวี ที่เอาชนะมาได้ 3-2 โดยกุนซือคนสำคัญในตอนนั้นที่ถือว่าเป็นคนปั้น เมมฟิส เดอปาย ขึ้นมาก็คือ ฟิล์ลิป โคคู แล้วด้วยผลงานที่ดูดีมีอนาคตทำให้ทางสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ตัดสินใจมอบสัญญาเป็นนักเตะอาชีพให้กับ เดอปาย จนได้เมื่อ 29 มิถุนายน 2012 โดยตกลงเซ็นกันด้วยสัญญายาว 5 ปี

     เมมฟิส เดอปาย ใช้เวลาเพียงแค่ฤดูเดียวเท่านั้นในการปรับตัวเล่นในลีกสูงสุดของ ฮอล์แลนด์ เพราะในฤดู 2013-2014 ถือว่าเป็นฤดูที่แจ้งเกิดของเด็กชายหนุ่มที่ชื่อ เมมฟิส เดอปาย อย่างแท้จริง โดยเขาสามารถทำประตูแรกในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ได้เมื่อ 30 กรกฎาคม 2013 ในเกมที่ พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น สามารถเอาชนะ ซูลเต้ วาเรเกม ไปได้ 2-0 แต่ทว่า เดอปาย ก็ไม่สามารถช่วยให้ พีเอสวี ผ่านไปสู่รอบต่อไปได้หลังทำได้เพียงคว้าชั้น 3 ของกลุ่มตกลงไปเล่นในศึก ยูโร ป้า ลีก แทน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความร้อนแรงของ เดอปาย หมดไป โดยเขาก็สามารถทำประตูในเวทียุโรปได้อีกในนัดที่ชนะ โอเดซ่า ไปได้ 2-0 เมื่อ 3 ตุลาคม 2013

     ใบแดงนัดแรกในอาชีพค้าแข้งของ เดอปาย เกิดขึ้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2013 ในเกมที่พบกับ โรด้า เจซี โดยเขาได้รับใบเหลือง 2 ใบจนเป็นใบแดง และทำให้ทีมแพ้ไป 1-2 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาขวัญเสียหรือทำให้ผลงานดรอปลงไปแต่อย่างไร เมื่อ 15 ธันวาคม 2013 เดอปาย เปลี่ยนเป็นตัวช่วยสำคัญที่พา พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น เก็บชัยชนะ 13 เกมติดได้สำเร็จ โดยเขาเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ถล่ม อูเทรช ไปแบบขาดลอยถึง 5-1 หลังจากนั้น 23 มีนาคม 2014 เมมฟิส เดอปาย ก็ยังช่วยให้ พีเอสวี เก็บชัยชนะได้ติดต่อกันอีกรอบถึง 8 เกม

     แถมในฤดู 2013-2014 นี้ เดอปาย ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น รักษาชั้นไปเล่นบอลยุโรปได้อีกทีเป็นปีที่ 41 ติดต่อกัน หลังเจ้าตัวเป็นคนยิงประตูแรกให้ พีเอสวี เอาชนะ เอ็นเอซี เบรด้า ไปได้ 2-0 ในเกมสุดท้ายของฤดู ซึ่งทำให้ พีเอสวี จบชั้น 4 ของตารางได้สำเร็จ
     ฤดู 2014-2015 หลังจากโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดีในศึก เวิลด์คัพ 2014 ที่ประเทศบราซิล เมมฟิส เดอปาย ก็กลายเป็นข่าวกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษในทันที ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ต่างก็สนใจที่ดึงตัวเขาไปร่วมทีม แต่ทว่า เดอปาย ก็ยังไม่ตัดสินใจอนาคตในตอนนั้นและก้มหน้าลงเล่นให้กับ พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ต่อไปก่อน เกมนัดแรกในฤดูนี้เป็นการลงเล่นในศึก เพลย์ออฟ ยูโรป้า ลีก รอบที่ 3 โดย เดอปาย ก็โชว์ยิง 1 และจ่าย 1 ช่วยให้ทีมเอาชนะ เซนต์ โพลเท่น ไปได้ 3-2

     เกมนัดเปิดฤดูของลีก ฮอล์แลนด์ เดอปาย ก็สามารถทำประตูได้เลยด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตู ให้ทีมเอาชนะ วิลเลี่ยม ทเวล ไปได้ ก่อนที่เกมต่อมา เมมฟิส เดอปาย จะเหมาคนเดียว 2 ประตูอีกทีแถมยังมีลูกยิงฟรีคิกสวยๆให้ได้ชมกันอีกด้วยในเกมที่ไล่ถล่ม เอ็นเอซี เบรด้า ไป 6-1 แต่ทว่าเหมือนฝันร้ายของตัวเเขาก็มาถึงในเกมที่ 3 ของฤดูเมื่อ เดอปาย ลงเล่นไปเพียง 18 นาที แค่นั้นก็ได้รับอาการบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปทำให้ พีเอสวี แพ้ ซโวลล์ ไป 1-3
     18 เมษายน 2015 เมมฟิส เดอปาย กลับมาด้วยการทำประตูให้แฟนคลับได้หายนึกถึงกันจนได้ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตู ในนัดที่พบกับ ฮีเรนวีน โดยเป็นประตูจากฟรีคิก 1 ลูกและโอเพ่นเพลย์ 1 ลูก และเดือนต่อมาทางสโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ก็ได้ออกมายอมรับว่าทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ติดต่อยื่นข้อเสนอในการดึงตัว เมมฟิส เดอปาย เผ่านาจริงๆ

     7 พฤษภาคม 2015 สโมสร พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ได้ออกมาประกาศอีกรอบว่าทางสโมสรได้ตอบรับคำสัญญาในการยื่นซื้อตัวเผ่านาของทาง ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว โดยเหลือแค่การตรวจร่างกายและเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการเพียงแค่นั้นซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า เมมฟิส เดอปาย เริ่มนับวันและเวลารอลงเล่นในถิ่น โอลด์แทรฟฟอร์ด ได้เลย โดยตลอดอาชีพค้าแข้งของเขาลงเล่นให้กับ พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น ไปเพียงทีมเดียวเพียงแค่นั้นซึ่งลงสนามไปทั้งหมด 89 นัด ยิงได้ 39 ประตู

การติดทีมชาติ
     เมมฟิส เดอปาย ลงเล่นในนามทีมชาตินัดแรกเมื่อ 15 ตุลาคม 2013 โดยเขาถูกส่งลงสนามไปแทน เจเรเมน เลนส์ ในช่วงท้ายเกม ในนัดที่ เนคุณร์แลนด์ บุกไปเอาชนะ ตุรกี มาได้ 2-0 ในศึก รอบคัดเลือกบอลโลก

     และเมื่อเวิลด์คัพ 2014 ที่ประเทศบราซิลมาถึง หลุยส์ ฟาน กัล ประกาศรายชื่อ 23 ผู้เล่นทีมชาติ เนคุณร์แลนด์ โดยมีชื่อของ เมมฟิส เดอปาย ติดอยู่ใน 23 คนนี้ด้วย เดอปาย ได้ลงสนามในนัดพบกับทีมชาติ ออสเตรเลีย หลังเจ้าตัวถูกส่งลงสนามมาแทน บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ เพราะขณะนั้น ฟาน กัล ต้องการที่จะเน้นเปิดเกมรุกมากขึ้น และ เดอปาย ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากยิงประตูชัยได้ในนาทีที่ 68 ของเกม ทำให้ เดอปาย เปลี่ยนเป็นนักเตะ เนคุณร์แลนด์ ที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัย 20 ปี 4 เดือน ที่ทำประตูได้ในศึก เวิลด์คัพ และประตูที่ 2 ของ เดอปาย เกิดขึ้นในเกมที่พบกับทีมชาติ ชิลี โดยเขาเข้าชาตจากลูกเปิดของปีกรุ่นพี่อย่าง อาร์เยน ร็อบเบน ช่วยให้ เนคุณร์แลนด์ เอาชนะ ชิลี ไปได้ 2-0

    11 กรกฎาคม เมมฟิส เดอปาย ติด 1 ใน 3 รายชื่อดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำศึก เวิลด์คัพ โดยมีคู่แข่งอย่าง พอล พอคบา และ ราฟาเอล วาราน เป็นคู่แข่ง แต่สุดท้ายก็เป็น พอล พอคบา ที่คว้ารางวัลนี้ไปครอง

เกียรติประวัติ
พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น
– แชมป์ KNVB Cup : 2011-12
– โยฮาน ครัฟ ชิวด์ : 2012
– เออร์ดิวิซี่ : 2014-15

ทีมชาติ เนคุณร์แลนด์
– แชมป์ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี : 2011
– ชั้น 3 ฟีฟ่าเวิลด์คัพ : 2014

ประวัติ ทาคุมิ มินามิโนะ

ประวัติ ทาคุมิ มินามิโนะ

ชื่อเต็ม : ทาคุมิ มินามิโนะ
วันเดือนปีเกิด : 16 มกราคม ค.ศ. 1995 (25 ปี)
สถานที่เกิด : อิซูมิซาโนะ ญี่ปุ่น
ส่วนสูง : 174 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : มิดฟิลด์,ตัวรุก

ทาคุมิ มินามิโนะ ดาวเตะทีมชาติญีปุ่นในตำแหน่งตัวรุกสารพัดประโยชน์ได้ย้ายเผ่านาในสังกัด หงส์แดง ในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาววันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2020

ดาวเตะรายนี้เริ่มเส้นทางอาชีพค้าแข่งในฐานะแข้งเยาวชนสโมสร เซเรโซ โอซาก้า ทีมในลีกบ้านเกิดในช่วงเวลาปี 2007–2012 ก่อนจะถูกผลักดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2012–2014 แข้งรายนี้มีโอกาสลงเล่นไปทั้งสิ้น 62 นัดและทำไป 7 ประตูในลีก ก่อนจะได้ไปพิสูจน์ตัวเองในลีกยุโรปกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ทีมชั้นนำในประเทศออสเตรีย แข้งรายนี้ถือเป็นกำลังสำคัญของทีมซึ่งในเกียรติประวัติเจ้าตัวคว้าแชมป์ลีกออสเตรียบุนเดสลีก้าไปถึง 6 สมัยตลอดการค้าแข้ง

เส้นทางใหม่บนเกาะอังกฤษ ทาคุมิ มินามิโนะ ได้ทำผลงานไปเข้าตา หงส์แดง อย่างจังในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเจ้าตัวมีส่วนทั้งการทำประตูและแอสซิสในเกมที่สนามแอนฟิลด์ก่อนที่ต้นสังกัดใหม่จะเอาชนะไปอย่างหืดจับ 4-3 โดยทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ตัดสินใจคว้าตัวทาคุมิ มินามิโนะ มาทันทีในตลาดซื้อขายเดือน มกราคม โดยทางนักเตะได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรก ในเกมวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2020 เอฟเอคัพ รอบสาม ในศึกดาร์บี้แมตช์กับ เอฟเวอร์ตัน และเป็น หงส์แดง ที่เอาชนะไปได้ 1-0 หลังจากนั้น มินามิโนะ ได้เป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ทีมชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกนัดแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ

เกียรติประวัติ

เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก
– แชมป์ลีกออสเตรียบุนเดสลีก้า : 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2017–18, 2018–19, 2019–20
– แชมป์ออสเตรีย คัพ : 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2018–19

หงส์แดง
– พรีเมียร์ลีก : 2019–20

ทีมชาติ
ญี่ปุ่น U-23
– บอลเอเชียเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี : 2016

ญี่ปุ่นชุดใหญ่
– เอเชียนคัพ รองชนะเลิศ : 2019

เกียรติประวัติส่วนตัว
– ดาวซัลโว AFC U-16 Championship : 2010

          เบน ชิลเวลล์ เป็นนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายของ สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมชื่อดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังเป็นผู้เล่นทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

          ชิลเวลล์ เกิดที่ มิลตัน คีนส์ มณฑลบักกิงแฮมเชอร์ เขาเป็นลูกหม้อของอคาเดมี่ เลสเตอร์ ซิตี้ และโชว์ฝีเท้าโดดเด่นเกินอายุจนได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำศูนย์ฝึกซ้อมเยาชนของ เลสเตอร์ ในฤดู 2014/15

          ในยุคของกุนซือ เคลาดิโอ รานิเอรี ชิลเวลล์ ได้ถูกโปรโมตรขึ้นชุดใหญ่เจ้าตัวได้โชว์ฝีเท้าให้กับทัพ "สุนัขจิ้งจอก" ในช่วงทัวร์ปรีซีซั่น และได้รับเสื้อหมายเลข 30 ในทีม ก่อนเปิดศึกฤดู 2015/16 หลังจากนั้นเจ้าตัวเดบิวต์เกมแรกในฐานะนักเตะอาชีพ ในแมตช์แข่งขันวันที่ 27 ตุลาคม 2015 ในศึก ลีก คัพ โดยเจอกับ ฮัลล์ ซิตี้ เจ้าตัวเล่นเต็มเกมแต่ไม่สามารถช่วยทีมได้ เลสเตอร์ พ่าย ดวลจุดโทษ 5-4 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1   

          วันที่ 19 พฤศจิกายน 2015 การผจญภัยบทใหม่ของ ชิลเวลล์ ในวัย 18 ปี เริ่มขึ้นเมื่อเขาถูกสโมสรปล่อยแบบยืมตัวไปร่วมทีม ฮัดเดอส์ฟีลด์ ทาวน์ ในศึกแชมเปี้ยน ชิพ จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2016 เขาเปิดตัวเกมแรกให้กับ ฮัดเดอส์ฟีลด์ ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านพ่าย มิดเดิ้ลสโบรช์ 0-2

          หลังจากนั้นเส้นทางอาชีพของเขาก้าวขึ้นมาอีกระดับ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2016 ชิลเวลล์ เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไปจนถึง ปี 2021 จากนั้นเขาเปิดตัวเกมแรกในพรีเมียร์ลีก กับ เลสเตอร์ ในวันที่ 26 ธันาวาคม 2016 ในเกมที่ "จิ้งจอก" เปิดบ้านพ่าย เอฟเวอร์ตัน 0-2 เขาได้รับคำชื่นชมในเรื่องฟอร์มการเล่นเป็นอย่างมาก โดยในฤดู 2016/17 เจ้าตัวลงเล่นรวมทุกรายการไป 19 นัดซึ่งรวมทั้งการเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 นัดอีกด้วย และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2017 เขาก็ยิงประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพได้สำเร็จ ในเกมที่ เลสเตอร์ เปิดบ้านแพ้ สเปอร์ส 6-1

          ชิลเวลล์ นั้นโดนไล่ออกจากสนามนัดแรกในอาชีพนักเตะ ในวันที่ 13 มกราคม 2018 จากการโดนใบเหลืองที่ 2 ภายในเวลาเพียง 5 นาที ในเกมที่ เลสเตอร์ เสมอ เชลซี 0-
Chelsea news: Lampard gives verdict on new signings Chilwell and Silva |  Metro News

 วันที่ 26 สิงหาคม 2020 ชิลเวลล์ ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไปร่วมทีม เชลซี ในราคา 50 ล้านปอนด์ โดยเซ็นสัญญา 5 ปีด้วยกัน

เกียรติประวัติ
– คว้าชั้นที่ 3 รายการ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับทีมชาติอังกฤษ ในปี 2019

          6 มิถุนายน 2019 มีข่าวออกมาว่า "ปีศาจแดง" บรรลุสัญญาในการคว้าตัว ดาเนี่ยล เจมส์ เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่ในเย็นวันนั้นทาง แมนฯยู จะประกาศคว้าตัวเจมส์ อย่างเป็นทางการด้วยค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 618 ล้านบาท) ด้วยระยะเวลา 5 ปีพร้อมกับพ่วงอ็อปชั่นเสริมขยายสัญญาในอนาคต หลังจากพรีเมียร์ลีก กลับมาเปิดฉากซีซั่นใหม่ เจมส์ ได้โอกาสลงมาเป็นสำรองก่อนที่จะฉกฉวยโอกาสที่ได้รับทันทีด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามในเกมเอาชนะเชลซี 4-0 ก่อนที่หลังจากนั้นเจ้าตัวจะได้รับความไว้วางใจจากโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ มากขึ้นและเจมส์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะ 4 เกมแรกเจ้าตัวยิงไปได้ถึง 3 ประตูเลยทีเดียวจนมีชื่อเข้าชิงนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในสิงหาคม แต่หลังจากนั้นฟอร์มการเล่นก็ออกสมุทรแบบต่อเนื่องหลุดไปนั่งสำรองซะส่วนใหญ่ก่อนที่จะกลับมาพังประตูได้อีกรอบในเดือนมีนาคม ปี 2020 เลยทีเดียวและต้องรอลุ้นว่าซีซั่นใหม่ที่จะถึงนี้ ดาเนี่ยล เจมส์ คนเดิมจะกลับเข้าฝั่งได้ไหม
ufa1688

ประวัติ แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลางและปีก ที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

แบร์นาร์โด้ ซิลวา (Bernardo Silva) หรือ แบร์นาร์โด้ โมตา    ufa1688    เวย์ก้า เดอ คาร์วัลโญ่ เอ ซิลวา เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 1994 เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองหลวงอย่าง ลิสบอน ของประเทศโปรตุเกส เขานับเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีจนใครหลายๆ คนมักจะพูดว่า เขาสามารถโตขึ้นมามีการงานทำที่ดีอย่างแน่นอน แต่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็เลือกที่จะเดินทางเข้าสู่เส้นทางฟุตบอล เพราะมีความชอบและหลงใหลในกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างมาก เขาจึงได้เข้าคัดเลือกเป็นนักฟุตบอลในอคาเดมี่ของสโมสร เบนฟิก้า และได้เข้าอยู่ในศูนย์ฝึกนักฟุตบอลในระดับเยาวชนของสโมสรแห่งนี้ในวัยเพียง 8 ขวบเท่านั้น   แบร์นาร์โด้ เป็นผลิตผลในระบบเยาวชนของทัพ "เหยี่ยวลิสบอน" ตัวเขาไต่เต้ามาจาก เบนฟิก้า บี ที่คว้าแชมป์โปรตูกิส จูเนียร์ส แชมเปี้ยนส์ชิพในฤดูกาล 2012/13 โดยตัวเขาลงสนามเปิดตัวกับ เบนฟิก้า บี ในฤดูกาล 2013/14 ในศึก เซกุนด้า ลีก้า แมตช์ ที่พบกับ โทรเฟนเซ่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2013    แบร์นาร์โด้ ซิลวา มักจะแสดงความรักของเขาต่อสโมสร เบนฟิก้า อยู่เสมอ ทั้งบนโซเชี่ยลมีเดีย หรือในการสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยตัวเขาบอกอยู่เสมอว่าเสียใจที่ไม่ได้ลงเล่นให้กับ เบนฟิก้ามากนัก เหมือนที่ใฝ่ฝันเอาไว้ ซึ่งคาดการณ์ว่า ตัวเขาจะหวนกลับมาเล่นให้กับทีมรักอีกครั้งในบั้นปลายอาชีพค้าแข้งอย่างแน่นอน      เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2014 ซิลวา ย้ายมาร่วมทีม โมนาโก ในฐานะแข้งยืมตัว 1 ฤดูกาล และลงประเดิมสนามนัดเเรกในลีก เอิง ฝรั่งเศส พบกับบอร์กโดซ์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม โดยลงไปแทน ลูคัส โอคัมโปส ในช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่ไม่สามารถช่วยทีมได้ โมนาโก บุกพ่าย บอร์กโดซ์ 1-4 หลังต่อไปในวันที่ 21 กันยายน เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกในเกมที่ โมนาโก เปิดบ้านเชือดแก็งก็อง 1-0 และต่อมาในวันที่ 14 ธันวาคม ก็สามารยิงประตูแรกให้กับตัวเองได้ และเป็นประตูชัยช่วยให้ โมนาโก เปิดบ้านเชือด โอลิมปิค มาร์กเซย 1-0

          วันที่ 20 มกราคม ปี 2015 เบนฟิก้า ได้ประกาศขาย แบร์นาโด้ ซิลวาให้กับ โมนาโก อย่างเป็นทางการด้วยราคา 15.75 ล้านยูโร และเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ จนถึงปี 2019 ในฤดูกาล 2015/16 วันที่ 10 สิงหาคม แบร์นาร์โด้ ซิลวา จัดการขยายสัญญาค้าแข้งในถิ่น สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ออกไปจนถึง มิถุนายน ปี 2020

          หลังต่อไปเส้นทางอาชีพค้าเเข้งของตัวเขาก็เปิดกว้างมากขึ้น เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2013 ซิลวาได้เปิดตัวกับ เบนฟิก้า ชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียง 19 ปี ในแมตช์ฟุตบอล ถ้วย โปรตุเกส คัพ ในเกมที่ ทัพ "เหยี่ยมลิสบอน" เฉือนชนะเดสปอร์ติโว่ เดอ ซินฟาเญส 1-0 ซึ่งตัวเขาลงสนามมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 80 จากการโชว์ผลงานได้อย่างสุดยอดกับ เบนฟิก้า บี ทำให้ซิลวาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี (2013/14) อีกด้วย

ก้าวแรกในวงการฟุตบอลกับ สโมสร เบนฟิก้า

แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไต่เต้าจากการเป็นดาวเตะเยาวชนจนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสร เบนฟีก้า

เขาได้ก้าวเขามาเป็นนักฟุตบอลในศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสร เบนฟิก้า เพียงแค่อายุ 8 ขวบ ซึ่งถือได้ว่า เป็นนักฟุตบอลเยาวชนที่มีอายุน้อยเยอะที่สุดในรุ่นนั้นเลยทีเดียว จนกระทั่งในเวลาต่อมา เขาได้มีส่วนร่วมในการนำทีมเยาวชนก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกเยาวชนของประเทศได้สำเร็จ และได้ก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลในทีมสำรองของสโมสรได้ในเวลาต่อมา
เขาได้ไต่เต้าขึ้นมาเล่นในทีม เบนฟิก้า บี ในปี 2012/2013 และทำผลงานได้อย่างสุดยอดจนสามารถคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย หลังต่อไปเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาก็เริ่มที่จะเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เมื่อในเดือนตุลาคม ในปี 2013 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้เปิดตัวกับทีมเบนฟิก้าชุดใหญ่ เป็นครั้งแรกใน 19 ปี ในเกมการแข่งขัน ฟุตบอล โปรตุเกส คัพ ในเกมที่เฉือนเอาชนะ เดสปอร์ติโว่ เดอ ซินฟาเญส 1-0 ซึ่งในเกมนัดดังกล่าว ตัวเขาได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 80 และได้โชว์ผลงานออกมาได้อย่างสุดยอด จนสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 2013/2014 จนกระทั่งในปีต่อมาก เขาทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดจนฟอร์มการเล่นไปเข้าตากับทางทีมดังในลีกเอิง อย่าง โมนาโก และได้ย้ายไปร่วมทีมในสัญญาการยืมตัว Season ต่อมา

โชว์ฟอร์มอันโดดเด่นกับ สโมสร โมนาโก

หลังจากมีผลงานที่โดดเด่น เขาได้ย้ายมาร่วมทีม โมนาโก ในปี 2014

ในปี 2014 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ย้ายไปร่วมทีมกับสโมสร โมนาโก ในสัญญาการยืมตัว 1 ฤดูกาล โดยเขาได้ลงประเดิมสนามเป็นนัดที่หนึ่งในลีกเอิง ฝรั่งเศส ที่พบกับสโมสร บอร์กโดซ์ ในวันที่ 17 สิงหาคม ในฐานะตัวสำรอง โดยเขาได้ถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน ลูคัส โอคัมโปส ในช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยให้สโมสรเก็บชัยชนะได้ และพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-4
หลังต่อไปเขาได้ออกสตาร์ทเป็นนักฟุตบอลตัวจริงของสโมสรมาโดยตลอด และช่วยให้ โมนาโก เก็บชัยชนะได้อย่างเรื่อยๆ จนในวันที่ 14 ธันวาคม 2014 แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็สามารถที่จะทำประตูแรกให้กับตัวเองได้สำเร็จ และเป็นประตูช่วยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะ โอลิมปิค มาร์กเซย 1-0 จากฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงจนหาตัวจับยาก ทำให้ทางสโมสรโมนาโก ตัดสินใจซื้อขาด ซิลวา จากสโมสร เบนฟิก้าทันทีด้วยราคา 15.75 ล้านยูโร และได้สัญญาเป็นนักฟุตบอลในถิ่น สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ถึง 5 ปี
จนกระทั่งในปีต่อมา ถือได้ว่าตัวเขาโชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างสุดยอด จนได้รับการเชิดชูจากสื่อในประเทศฝรั่งเศสอย่างมากมาย ทำให้หลายสโมสรชั้นนำเริ่มให้ความสนใจในตัวเขามากขึ้น แต่ตัวเขาก็เลือกที่จะอยู่กับทางสโมสรโมนาโกต่อไป เนื่องจากทางสโมสรได้มีสิทธิ์ได้เข้าไปเล่นในศึกฟุตบอล  UEFA  แชมเปี้ยนส์ลีก
ในเวลานั้น แบร์นาร์โด้ ซิลวา นับเป็นกำลังสำคัญของสโมสรเป็นอย่างมาก เพราะฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงของเขาทำให้สโมสรสามารถมีผลงานออกมาได้ดี จนสาวกหลายๆ คนเชิดชูให้เขาเป็นฮีโร่ของสโมสร จนกระทั่งในฤดูกาล 2016/2017 เขาสามารถพาสโมสร โมนาโกสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้สำเร็จ ด้วยการนำทีมผงาดขึ้นเป็นแชมป์ลีกเอิงได้อย่างสุดยอด จากการลงเล่นไปทั้งหมด 58 นัด ทำไปได้ 11 ประตู 12 แอสซิส ก่อนที่ตัวเขาจะย้ายไปเล่นให้กับทางสโมสร  Manchester City   Season ถัดมา

สร้างความยิ่งใหญ่ กับ สโมสร  Manchester City 
bernardo-silva-mancity
แบร์นาร์โด้ ซิลวา สามารถคว้าแชมป์ Premier League ร่วมกับ เรือใบสีฟ้า ได้สำเร็จ

หลังจากที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา สามารถพาสโมสร โมนาโกก้าวขึ้นคว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จ ตัวเขาก็ได้รับข้อเสนอจากทีมยักษ์ใหญ่ในประเทศเมืองผู้ดี อย่างทีม  Manchester City  โดย แบร์นาร์โด้ ซิลวา ไม่รอช้ารีบทำการตอบรับข้อเสนอนั้นทันที
โดยเขาได้ย้ายเข้ามาอยู่กับทาง สโมสร  Manchester City  ด้วยค่าตัว 43.5 ล้านปอนด์ และอาจจะเพิ่มอีก 17.5 ล้านปอนด์ หาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา มีผลงานที่ดีตาเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ เขาได้รับสัญญากับทางสโมสรใหม่เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 5 ปี โดยการย้ายมาร่วมทีมในครั้งนี้ของเขาในครั้งนี้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็นตัวตายพาร์ทเนอร์ของ ดาบิด ซิลวา
แต่การเขากลับไม่สามารถโชว์อันโดดเด่นได้เหมือนอย่างตอนที่ค้าแข้งอยู่กับ โมนโก ได้ โดยเขาไม่สามารถปรับตัวเขากับสไตล์การเล่นของฟุตบอลใน  Premier League  ได้ จนถูกติชม จากสาวกว่า เขาเล่นไม่คุ้มกับค่าตัว ซึ่งนั้นยิ่งทำให้เขายิ่งมีแรงผลักดันและเริ่มฝึกซ้อมแบบจริงจังมากยิ่งขึ้น จน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เห็นถึงความตั้งใจของตัวเขาและเริ่มให้โอกาสในการลงสนามกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา มากยิ่งขึ้น จนสามารถกลับมายึดตัวจริงได้สำเร็จ
เขากลายเป็นดาวเตะสารพัดประโยชน์ในแดนกลางของสโมสร Manchester City  และมักจะได้รับคำชมจากกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่เสมอ จนสามารถกลายเป็นดาวเตะที่มีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ให้กับสโมสรได้อย่างได้อย่างมากมายในระยะเวลาเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น

การลงเล่นให้กับ ทีมชาติ โปรตุเกส ของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา
bernardo-silva-portugal-nation
เขากลายเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติโปรตุเกส ได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา สามารถก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่กับสโมสร เบนฟิก้า ได้สำเร็จ ในวัย 18 ปี เขาก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติ โปรตุเกส ในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งนับเป็นการถูกเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกของตัวเขาเลยทีเดียว โดยในการมีชื่อติดทีมชาติในครั้งนั้นทำให้ตัวเขาได้ไปลุยศึก ยูโร ในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในรายการนั้นเขาเป็นตัวหลักและนำทีมชาติโปรเกสทะลุเข้าไปถึง รอบรองชนะเลิศ โดยในครั้งนั้นทำให้เขาได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมทีมและบรรดาสต๊าฟโค้ชเป็นอย่างมาก
จนในปี 2015 เขาได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งในเกมแมตช์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความภูมิใจของตัวเขาเลยก็ว่าได้ เพราะ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ลงสนามให้กับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเกมที่ โปรตุเกส เปิดบ้านเอาชนะ สาธารณรัฐเคปเวิร์ด ไปได้ 2-0 ซึ่งต่อมาเขาสามารถทำประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ ในเกมที่ทีมชาติโปรตุเกส ไล่ถล่ม ทีมชาติ เยอรมัน ไปได้ด้วยสกอร์ 5-0 ก่อนที่ในปีต่อมาเขาจะไม่มีชื่อติดทีมชาติโปรตุเกส ในรายการ ยูโร 2016 เนื่องจากมีอาการเดี้ยงรบกวน
กระทั่งในปี 2017 เขาได้มีชื่อกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในรายการ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งประเทศสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอดและทะลุเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ และพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติเม็กซิโก ไปด้วยสกอร์ 2-1

เกียรติประวัติส่วนตัว แบร์นาร์โด้ ซิลวา
bernardo-silva-trophy
สโมสร เบนฟิก้า
Primeira Liga : 2013–2014
Taça de Portugal : 2013–2014
Taça da Liga : 2013–2014
สโมสร โมนาโก
Ligue 1 : 2016–2017

สโมสร  Manchester City 
Premier League : 2017–2018, 2018–2019
Carabao Cup : 2017–2018, 2018–2019
FA Cup : 2018–2019
FA Community Shield : 2018, 2019

รางวัลส่วนตัว
Segunda Liga Breakthrough Player of the Year: 2013–2014
UEFA European Under-19 Championship Team of the Tournament: 2013
UEFA European Under-21 Championship Team of the Tournament: 2015
SJPF Segunda Liga Player of the Month: October 2013, December 2013, January 2014
UNFP Ligue 1 Player of the Month: January 2017
UNFP Ligue 1 Team of the Year: 2016–2017
Premier League Team of the Year: 2018–2019
Manchester City Player of the Year: 2018–2019
Alan Hardaker Trophy: 2019
UEFA Nations League Finals Player of the Tournament: 2019
UEFA Nations League Finals Team of the Tournament: 2019

ประวัติ แฟรงค์ แลมพาร์ด

แฟรงก์ แลมพาร์ด มีชื่อเต็มว่า แฟรงก์ เจมส์ แลมพาร์ด[1] เกิดวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1978 ที่กรุงลอนดอน ในตระกูลนักเตะ โดยพ่อของเขาคือ แฟรงก์ แลมพาร์ด (ซีเนียร์) เป็นอดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ลุงของเขาคือ แฮร์รี เรดแนปป์ ปัจจุบันเป็นผู้จัดการสโมสรบอลควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ เจมี เรดแนปป์ เป็นอดีตนักเตะของเซาแทมป์ตันเช่นเดียวกัน   ufa1688 

การศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยลอนดอน เขาเป็นหนึ่งในอดีตนักเตะเยาวชนของ เวสต์แฮมยูไนเต็ด และเคยถูกยืมตัวไปเล่นกับ สวอนซีซิตี ใน ค.ศ. 1995 และย้ายมาร่วมสโมสร เชลซี ใน ค.ศ. 2001 ติดทีมชาติอังกฤษนัดแรกเมื่อ ค.ศ. 1999 และยังเป็นมิดฟิลด์ที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก แม้ว่าผลงานในตอนนี้จะแผ่วลงไปบ้าง ไม่ว่าจะกับทีมต้นสังกัดหรือทีมชาติอังกฤษ จากที่มีข่าวคราวว่าเล่นไม่เข้าขากับสตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมหงส์แดง น่าแปลกใจที่ทั้งสองเคยสนิทกัน แต่แม้กระทั่งงานแต่งงานของเจอร์ราร์ด ก็ไม่มี แลมพาร์ด ในงานเลี้ยงนั้น เมื่อ 22 มิถุนายน 2007 ที่ผ่านมา แลมพาร์ดเป็นกองกลางที่ทำประตูได้ 200 ประตู ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร และเป็นกองกลางคนที่สองต่อจากแมธทิว ทริสเซอร์ ที่ทำประตูมากว่า 100 ประตูในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ แลมพาร์ดยังทำสถิติเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกมากกว่า 10 ประตูติดต่อกันถึง 9 ฤดูอีกด้วย แฟรงก์ แลมพาร์ด เริ่มอาชีพบอลกับสโมสรเวสต์แฮมยูไนเต็ด โดยลงเล่นกับทีมเยาวชนตั้งแต่ ปี 1993 และสร้างผลงานได้ดีพอสมควร โดยเขายังเป็นลูกชายของแฟรงก์ แลมพาร์ด (ซีเนียร์) ผู้ช่วยคนสำคัญของแฮร์รี เรดแนปป์ กุนซือของเวสต์แฮมในขณะนั้นซึ่งเป็นลุงของเขา
แลมพาร์ด สูงเท่าไร?
หกฟุต (1.84 เมตร)

แลมพาร์ดย้ายมาอยู่กับเชลซีเมื่อไร?
แฟรงค์ แลมพาร์ด เซ็นสัญญากับเชลซีในเดือนมิถุนายน 2001 ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ซึ่งในเวลานั้นเป็นสถิติสูงสุดชั้นสองของเชลซี และเป็นมิดฟิลด์ที่ค่าตัวสูงที่สุดของพรีเมียร์ลีก

เขาอยู่กับเชลซีนานมากแค่ไหน?
13 ฤดู จนถึงปี 2014

เขาลงเล่นนัดแรกกับเชลซีเมื่อไร?
เกมเปิดฤดูพบกับนิวคาสเซิลในพรีเมียร์ลีก วันที่ 19 สิงหาคม 2001 โดยเชลซีเสมอ 1-1

เขาลงเล่นเกมสุดท้ายกับเชลซีเมื่อไร?
มันเป็นเกมในบ้านที่พบกับนอริชวันที่ 4 พฤษภาคม 2014 ด้วยผลเสมอ 0-0

แลมพาร์ดลงสนามให้กับเชลซีทั้งหมดกี่นัด?
เขาลงเล่น 648 เกมให้กับสโมสร มี 593 นัดที่ลงสนามเป็นตัวจริง มีเพียงรอน แฮร์ริส, ปีเตอร์ โบเน็ตติ และจอห์น เทอร์รี่ที่ลงสนามมากกว่า
เขาทำประตูให้กับเชลซีทั้งหมดกี่ลูก?
แฟรงค์ แลมพาร์ด เป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรที่ 211 ประตู

เขาทำลายสถิติของบ็อบบี้ แทมบ์ลิง ที่ทำไว้ 203 ประตู ในเกมที่พบกับแอสตัน วิลล่า วันที่ 11 พฤษภาคม 2013 และมันยังเป็นประตูชัยในเกมนี้ด้วย

แลมพาร์ด ยังเป็นดาวยิงสูงสุดในลีกของเรา โดยเขาทำไปทั้งหมด 147 ประตู ในพรีเมียร์ลีกกับเดอะบลูส์

เขาเป็นดาวยิงสูงสุดของเราในเอฟเอ คัพ ทั้งหมด 26 ประตู

เขาเป็นดาวยิงสูงสุดชั้นสองในยุโรปที่ 25 ประตู ตามหลังดิดิเยร์ ดร็อกบาที่ 34 ประตู

เขาเป็นดาวยิงสูงสุดชั้นสองในลีก คัพ ที่ 12 ประตู ตามหลังเคอร์รี่ ดิ๊กซอนที่ 25 ประตู
แลมพาร์ดทำประตูที่ 203 ให้กับเชลซี
ประตูแรกของเขา คือ เกมนัดที่ห้ากับเชลซี ในยูฟ่า คัพ ที่พบกับเลฟสกี้ โซเฟีย

ก่อนช่วงคริสต์มาสของฤดูแรก กับเกมในบ้านที่พบกับโบลตัน เขาทำประตูที่ห้าในเกมที่เอาชนะได้ถล่มทายในพรีเมียร์ลีกกับเชลซี

เขาทำประตูแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2003 เมื่อเขายิงไกลไปเข้าหัวมุมประตูของลาซิโอ
ถ้วยไหนบ้างที่แลมพาร์ดคว้ามาได้กับเชลซี?
มันเป็นสถิติที่น่าประทับใจ!

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2012
พรีเมียร์ลีก 2005, 2006 และ 2010
ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2013
เอฟเอ คัพ 2007, 2009, 2010 และ 2012
ลีก คัพ 2005 และ 2007
เอฟเอ คอมมูนิตี้ ชิลด์ 2005 และ 2009

รวมทั้งหมด 13 รายการ