ประวัติ มามาดู ซาโก้

แกรี่ เนวิลล์ อดีตตำนานแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษของ ufa1688  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงทรรศนะผ่านทวิตเตอร์ ถึงฟอร์มการเล่นของ มามาดู ซาโก้ เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวฝรั่งเศสของ หงส์แดง ที่คุมเกมรับได้ย่ำแย่ และไม่ประทับใจเลย ในเกมที่ หงส์แดง บุกไปแพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 ที่สนาม อัพตัน พาร์ค

     เกมนี้ หงส์แดง เสียประตูให้กับบรรดานักเตะเจ้าถิ่นอย่าง วินสตัน รีด, ดิยาฟรา ซาโก้ และ มองก็อง อมาลฟิตาโน่ ส่วน ทีมเยือนได้จาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

     เนวิลล์ มองว่า ซาโก้ ที่ลงมาแทน ฆาเบียร์ มานกิโญ่ ในนาทีที่ 20 เล่นได้เลวร้าย จนพาทีมเสียถึง 3 ประตู และได้โพสข้อความลงในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า "ซาโก้ นายเคยโหม่งสกัดโดนบอลบ้างเปล่าเนี่ย??"

 

 

ชื่อเต็ม : มามาดู ซาโก้

วันเกิด : 13 กุมภาพันธ์ 1990 (อายุ 24)

สถานที่เกิด : ปารีส, ฝรั่งเศส

สัญชาติ : ฝรั่งเศส

ส่วนสูง : 187 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : เซนเตอร์ฮาล์ฟ

สโมสรปัจจุบัน : หงส์แดง

 
 
 
ประวัติการค้าแข้ง
ปารีส แซง แชร์กแมง 2007-2013

     มามาดู ซาโก้ เกิดที่ปารีส เป็นลูกคนที่ 4 ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 7 คน และเป็นนักเตะที่มีเชื้อสายเซเนกัล เริ่มเล่นบอลระดับเยาวชนกับสโมสรบ้านเกิดอย่าง ปารีส เอฟซี ตั้งแต่ปี 1996 ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในปี 2002 ในตอนแรกเขาเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า แต่โค้ชเยาวชนมองว่า เขาเหมาะสมมากกว่าในตำแหน่งกองหลัง ทำให้เขาเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหลังตลอดมา

     ซาโก้ เกือบถูกไล่ออกจาก อะคาเดมี่ ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพราะการประพฤติตัวแย่ๆ ของเขา ตอนอายุุ 14 ปี พ่อของเขาตายอย่างกระทันหัน ทำให้เขาหันหลังให้กับบอลไปช่วงหนึ่ง แต่เขาก็กลับมาเล่นบอลอีกที โดยคราวนี้ เขากลับมาด้วยความมุ่งมั่นและเลิกพฤติกรรมแย่ๆ ของตนเอง หันมาทุ่มเทให้กับบอลเพียงอย่างเดียว หลังจากถูกบ่มเพาะอยู่ในSystemเยาวชนของทีมและโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม ในปี 2007 ปอล เลอ กูเอน ผู้จัดการทีมในเวลานั้น เรียกตัวเขาขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ เขาได้ลงเล่นนัดแรกในเกมยูฟ่า คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่พบกับ เออีเค เอเธนส์ ซึ่ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เอาชนะไป 2-0

 

     วันที่ 14 มิถุนายน 2007 ซาโก้ เซ็นสัญญาอาชีพเป็นนัดแรกกับทีม เป็นระยะเวลา 3 ปี เขาได้เลื่อนไปอยู่ทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการในฤดู 2007-08 ด้วยอายุเพียง 17 ปี ใส่เสื้อหมายเลข 3 เขาลงเล่นให้กับสโมสรนัดแรกในลีก ในวันที่ 20 ตุลาคม 2007 นัดที่เสมอ วาล็องเซียนส์ ไป 0-0 ซึ่ง เลอ กูเอน แต่งตั้งให้เขาเป็นกัปตันทีม ด้วยวัยเพียง 17 ปี 8 เดือน เพียงแค่นั้นท่ามกลางความสงสัยของทุกคน เพราะในทีมก็ยังมีนักเตะที่มีอาวุโสอีกคนไม่ใช่น้อย ทำให้เขาแปลงเป็นกัปตันที่มีอายุน้อยที่สุด ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยที่สุด ที่ได้รับหน้าที่กัปตันของลีก เอิง อีกด้วย ซาโก้ ประสบความสำเร็จได้แชมป์แรกในชีวิต ในรายการ เฟรนช์ ลีก คัพ ในปี 2008 โดยนัดชิงชนะเลิศ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เอาชนะ ล็องส์ ไปได้ 2-1

 

     ฤดูต่อมา ซาโก้ ทำประตูแรกในชีวิตการค้าแข้งของตนเองได้ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2009 หลังจากวันเกิดครบรอบอายุ 19 ปีแค่วันเดียว โดยยิงประตูในเกมลีก นัดที่พบกับ แซงต์ เอเตียน ต่อมา ในปี 2011 ซาโก้ ได้รับรางวัล "ผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี" และมีชื่ออยู่ใน "ทีมยอดเยี่ยมแห่งปี" ในฤดูนั้นด้วย การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นกับตัวเขาอีกรอบ ในปี 2012 เมื่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยน ซาโก้ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีม แต่ด้วยฟอร์มที่แย่ลงทำให้เขาโดนปลดไปเป็นผู้เล่นสำรอง แต่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เขาก็ได้โอกาสกลับมาเป็นตัวจริงอีกรอบ เมื่อ มิลาน บิเซวัค ปราการหลังทีมชาติเซอร์เบีย ได้รับบาดเจ็บ เขาจึงยึดตำแหน่งตัวจริงกลับมาได้อีกที

หงส์แดง

     วันที่ 2 กันยายน 2013 หงส์แดง ได้ประกาสเซ็นสัญญา ซาโก้ ที่ราคา 15 ล้านปอนด์ เขาเปิดฉากเกมแรกให้หงส์แดง ตอนวันที่ 16 กันบายน 2013 ในเกมบุกเสมอ สวอนซี 2-2 ต่อมาเขาทำลูกแรกในนามต้นสังกัดใหม่ได้ ในเกมถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-1 ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2013 และด้วยอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้เขาลงสนามให้ทีมเพียง 19 นัดเท่านั้นในฤดูนี้

     ช่วงวันที่ 27 กันยายน 2014 ซาโก้ ไม่มีชื่ออยู่ในทีมที่ลงเตะเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้กับ เอฟเวอร์ตัน เพราะเจ้าตัวน้อยใจ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ไม่ให้เขาลงเล่นบ้างเลยและเดินออกจากสนามไปหน้าตาเฉย โดยภายหลังได้ออกมากล่าวขอโทษเกี่ยวกับความประพฤตินั้น และกลับมาลงซ้อมร่วมกับทีมตามเดิม ซึ่งต่อมาเขาก็ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นจากSystemการเล่น 3-5-2 ทำให้เขามั่นใจมากขึ้นและโชว์ฟอร์มได้ดีตามลำดับ แถมยังเป็นฮีโร่ในการทำประตูตีเสมอ อาร์เซน่อล 2-2 ในวันที่ 33 ธันวาคม 2014 อีกด้วย

     เริ่มฤดู 2015-2016 เขาต้องเป็นสำรองให้กับ เดยัน ลอฟเรน ที่หายเจ็บและกลับมาลงสนามได้ โดยกว่าที่เขาจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกรอบต้องกินเวลาไปถึงวันที่ 17 กันยายน 2015 เลยทีเดียว (1 เดือนหลังจากเปิดซีซั่น) นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล "แมน อ็อฟ เดอะ แมตช์" ในเกม ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ที่บุกไปเสมอ บอร์กโดซ์ 1-1 และยังได้รับความไว้ว่างใจให้เป็นกัปตันทีมอีกด้วย

     ภายหลังจากการเผ่านาทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ทำให้เขากลับมายึดตำแหน่งตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนเป็นขวัญใจของกุนซือใหม่ได้ทันที อย่างไรก็ดี ในวันที่ 8 พฤศจิกายน เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและต้องพักยาวกว่า 2 เดือน จนกระทั่งกลับมาลงสนามได้ตามเดิมในช่วงปลายเดือนธันวาคม

ฤดู 2014-2015

     ซาโก้ เริ่มซีซั่นนี้ ด้วยการอยู่ที่ม้านั่งสำรองใน 2 นัดแรก ก่อนได้โอกาสในเกมเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส

ทีมชาติฝรั่งเศส

     วันที่ 5 สิงหาคม 2010 ซาโก้ถูกเรียกติดทีมขาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ ให้ผู้จัดการทีม โลร็องต์ บล็องก์ ในนัดอุ่นเครื่อง กับ นอร์เวย์ ตอนวันที่ 11 สิงหาคม 2010 จากนั้นเขาได้โอกาสลงเป็นตัวจริงนัดแรก ในเกมชนะ อังกฤษ 2-1 ที่เวมบลีย์
     13 พฤษภาคม 2014 ซาโก้ ถูกเรียกติดทีมชุดลุยบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดยได้ลงสนามจับคู่กับ ราฟาแอล วาราน และเขาได้ลงทุกนัดของทัวร์นาเม้นท์นี้ ซาโกเริ่มฤดูด้วยการเป็นผู้เล่นสำรอง ในวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2015 ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดู 2015–16 รอบแบ่งกลุ่ม ซาโกลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับหงส์แดง ในนัดที่ หงส์แดง เสมอกับ บอร์กโดซ์ 1-1 วันต่อมา ซาโกต่อสัญญาระยะยาวฉบับใหม่กับสโมสรหงส์แดง[3] ต่อมา ซาโกได้ลงสนามเป็นตัวจริงและทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ เยือร์เกิน คลอพพ์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 ซาโกต้องเจอกับความโชคร้ายจากการได้รับบาดเจ็บที่รอบๆหัวเข่าในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ คริสตัลพาเลซ 1-2 ทำให้ ซาโกต้องพักยาว 2 เดือน

ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง ซาโก ทำประตูแรกในยูฟ่ายูโรปาลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ 4-3 ช่วยให้ หงส์แดง ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ[4] ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2016 ซาโก ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0

ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2016 ซาโกถูกสหพันธ์บอลยุโรป (ยูฟ่า) ห้ามลงสนามเหตุเพราะตรวจพบสารต้องห้ามในตัวอย่างปัสสาวะหลังเกมยูฟา ยูโรปาลีก เลกสองที่พบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมืองกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาจะถูกห้ามลงสนามในทุกรายการพื้นฐานชั่วคราวก่อนเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 30 วัน จนกว่าผลการตัดสินในขั้นสุดท้ายจะออกมาอย่างเป็นทางการ ต่อมา ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 ยูฟ่ามีคำตัดสินไม่เพิ่มโทษแบน 30 วัน ของซาโก จากกรณีที่ตรวจสารกระตุ้นไม่ผ่าน ทำให้นักเตะจะสามารถกลับมาลงสนามได้อีกที

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *